จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การ ตั้งครรภ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การ ตั้งครรภ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น้ำหนักขณะตั้งครรภ์

น้ำหนักควรขึ้นเท่าไรเมื่อตั้งครรภ์
ลักษณะร่างกายก่อนตั้งครรภ์ น้ำหนักที่ควรขึ้นทั้งหมด (ก.ก.)

-  ผอม  น้ำหนักน้อย 12.5 – 18
-  ปกติ  น้ำหนักในเกณฑ์เฉลี่ย 11-16
-  ท้วม  น้ำหนักมาก 7-11
-  อ้วน 7
-  มีลูกแฝด 16-20

น้ำหนักที่ขึ้นไปอยู่ที่ส่วนไหนบ้าง

ในคนที่รูปร่างเฉลี่ยปกติ  น้ำหนักควรขึ้นตลอดการตั้งครรภ์  11-16 ก.ก.  แบ่งเป็น

- กล้ามเนื้อ + ไขมัน 3.1  ก.ก.
- เลือด   1.8 ก.ก.
- น้ำในร่างกาย  1.8 ก.ก.
- เต้านม  0.9 ก.ก.
- มดลูก   0.9 ก.ก.
- ตัวเด็ก   3.4 ก.ก.
- รก   0.7 ก.ก.
- น้ำคร่ำหุ้มตัวเด็ก 0.9 ก.ก.

อาการเจ็บครภ์เตือนและเจ็บครรภ์จริง



ปวดเตือน

มดลูกจะบีบตัวไม่สม่ำเสมอ ไม่แน่ไม่นอน การบีบแต่ละครั้งไม่เท่ากันทั้งความแรงและระยะเวลา (มักครั้งละไม่เกิน 30 วินาที) ขณะเริ่มมีการบีบตัวของมดลูก ถ้าเราเปลี่ยนท่าทางหรือเดินหรือพักจากขณะเดินอยู่ หรือเปลี่ยนอิริยาบถ อาการบีบตัวของมดลูกก็จะหายไป แม้เวลาผ่านไปอาการปวดไม่รุนแรงขึ้นและไม่ถี่ขึ้น และถ้าจะมีการปวดตอนมดลูกบีบตัว มักจะปวดบริเวณหน้าท้อง ไม่ร้าวไปที่ใด

ปวดท้องคลอดจริง


อาการ ปวดท้องจากมดลูกหดตัวจะค่อนข้างสม่ำเสมอและจะถี่ขึ้น ปวดมากขึ้นตามลำดับ เช่นจากทุก 10 นาที มาเป็นทุก 5 นาที ปวดนานคราวละ 20 นาที เป็น 30-40 นาทีขึ้นไปเป็นต้น

นอกจากนี้แม้จะขยับตัวเปลี่ยนท่าทางอย่างไรก็จะ ยังปวดเหมือนเดิม อาการปวดก็มักจะร้าวไปที่ด้านหลังและถ่วงลงล่างไปที่ก้น ความรุนแรงของการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงแนะนำว่าถ้าท่านรู้สึกปวดท้อง สงสัยจะคลอดให้ลองสังเกตประมาณ 1 ช.ม. ถ้าปวด 6-10 ครั้ง ค่อนข้างสม่ำเสมอก็แปลว่าปวดท้องคลอดจริงแล้ว ถ้ามีมูกปนเลือดออกทางช่องคลอดยิ่งจริงมากขึ้น

และถ้ามีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วยต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที แม้จะมีหรือไม่มีอาการปวดท้องคลอดก็ตาม

1. มีถุงน้ำแตก (น้ำเดิน) คือมีน้ำคล้ายปัสสาวะไหลออกมาทางช่องคลอด
2. มีเลือดสด ๆ ออกมาที่ไม่ใช่มูกปนเลือด
3. เด็กไม่ค่อยเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวน้อยกว่า 3 ช.ม.